บทความที่ได้รับความนิยม

ภาพบรรยากาศเค้าท์ดาวน์ปี 2013 จากทั่วโลก

สวยงามอลังการ มาดูภาพความสุขและวิดีโอที่เก็บภาพความประทับใจจากบรรยากาศเค้าท์ดาวน์จากทั่วโลกกันคะ Happy New Year คะ

Window 8

Window 8 มีอะไรดี เค้าพูดถึงกันจัง !

AroundGirl Facebook

เยี่ยมเยียนเราได้ที่ facebook.com/aroundgirl อัพเดททุกวี่ทุกวัน หลังอาหารเช้ากลางวันเย็นก่อนนอน (เว่อไปปะ)

30นาทีเพียงพอแล้วหรือต่อการลดน้ำหนัก?

เคยได้ยินมาบ้างใช่ใหม่ สูตรออกกำลังกาย 30 นาที 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ แล้วจริงๆ มันพอหรือไม่ หรือต้องออกกำลังกายมากกว่านั้น?

ผู้หญิงแบบไหนที่ผู้ชายไม่กล้าจีบ?

สาเหตุที่คุณไม่มีแฟนซักทีอาจเป็นเพราะคุรเข้าข่ายผู้หญิงดังต่อไปนี้ก็ได้

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Detox แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Detox แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

Detox คืออะไร และวิธีการ Detox อย่างถูกวิธีโดยคุณหมอ !



Detox คืออะไร



การล้างพิษ (Detox) ย่อมาจาก Detoxification คือ การกำจัดท็อกซินออกจากร่างกาย

ท็อกซิน คือ พิษ(สารพิษ) ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาทางเคมีในร่างกายเราซึ่งเกิดได้หลายวิธี ทั้งเกิดจากการกินที่ผิด กับเกิดจากระบบต่าง ๆ ในร่างกายของเราบกพร่อง หรือแม้แต่การเกิดความเครียดก็ก่อให้เกิดท็อกซินได้

ดีท็อกซ์ คือ การนำเอาสารพิษออกจากร่างกายของเราให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ตกค้างอยู่ในร่างกายจนกลายเป็นพิษเป็นภัยต่อสุขภาพ  และกลไกต่าง ๆ ในร่างกายจะทำหน้าที่ขจัดออกมา แต่หากได้รับเป็นจำนวนมากจนเกินไป และสะสมมาเป็นเวลานาน ระบบก็ไม่สามารถที่จะกำจัดได้หมด ยกตัวอย่างเช่น เมื่อรับประทานอาหารเข้าไป การย่อยสลายจะทำให้เกิดคราบตกค้างเกาะอยู่ตามผนังลำไส้ สะสมทุกวัน จนกลายเป็นกากสารพิษ ปิดกั้นไม่ให้ร่างกายรับสารอาหารได้เต็มที่ และลำไส้จะต้องดูดรับสารพิษเหล่านี้กลับเข้าสู่ระบบไหลเวียนของโลหิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่หากได้รับเป็นจำนวนมากจนเกินไป และสะสมมาเป็นเวลานานมากๆ ระบบก็ไม่สามารถที่จะกำจัดได้หมด

ดังนั้นการขจัดของเสียและสารพิษออกจากร่างกายก็เหมือนการฟอกชำระล้างระบบต่างๆ โดยเฉพาะระบบการย่อยดูดซึมอาหารและระบบไหลเวียนโลหิตให้พ้นจากสภาวะเป็นพิษ

การล้างลำไส้ (DETOX) จะช่วยทำความสะอาดและขจัดสิ่งสกปรกของเสีย กาก อาหาร รวมทั้งสารพิษที่ตกค้างอยู่ในลำไส้ให้หมดไป เนื่องจากของเสียเหล่านี้ มักถูกขับถ่ายออกได้ไม่หมด จึงตกค้างอยู่ในลำไส้ บางครั้งจะเกาะติดอยู่ตามผนัง ของลำไส้เป็นตะกรัน เป็นอุจจาระ เนื้อเยื่อของเซลล์ที่ตาย พยาธิและน้ำเมือกที่ถูกสะสมไว้ สิ่งเหล่านี้จะเป็นผลร้ายต่อร่างกายจนทำให้เกิดอาการต่างๆ ของโรค เช่น


- ท้องผูกเรื้อรัง ถ่ายยาก ถ่ายไม่ออก

- ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอ และผายลมบ่อยๆ

- ปวดท้อง ท้องเสีย ถ่ายเหลวเป็นประจำ

- ปวดศีรษะ คลื่นเหียน อาเจียน เวียนศีรษะ และมีไข้ต่ำๆ ตลอดเวลา

- เหนื่อยง่าย ปากเหม็น ปากเปื่อย มีกลิ่นตัวแรง

- เป็นโรคผิวหนังเรื้อรัง มีผื่นคันขึ้นตามตัว เป็นแผล และเป็นฝีบ่อยๆ

- มีอาการหอบหืด ภูมิแพ้ เป็นลมพิษได้ง่าย

- ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดตามข้อและกระดูก ตลอดจนรูมาตอยด์

- โรคมะเร็งลำไส้ มะเร็งตับ ต่อมน้ำเหลือง

- ริดสีดวงทวารภายนอก หรือภายใน เป็นต้น


------------------------------------------------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------------------------------------------------


Sponsored